หากเจ้าของกิจการมีความรู้ด้านบัญชีและมีคุณสมบัติเป็นผู้ทำบัญชีตามกฎหมาย ก็สามารถทำบัญชีเองได้ ซึ่งการที่เจ้าของมีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจอย่างดี ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลทางบัญชี นำไปวางแผนและตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น นอกจากทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำบัญชีแล้ว ยังมั่นใจได้ว่าข้อมูลทางบัญชีจะไม่รั่วไหลไปยังบุคคลภายนอกหรือคู่แข่งอีกด้วย แต่มีข้อควรคำนึงถึงคือ เมื่อต้องใช้เวลาในการจัดการงานบัญชี ทั้งงานเอกสารและการติดต่อหน่วยงานต่างๆ แล้ว ก็จะเหลือเวลาน้อยลงในการมุ่งเน้นไปที่การดำเนินธุรกิจ พัฒนาสินค้าหรือบริการเพื่อสร้างธุรกิจให้เจริญเติบโต

อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของกิจการซึ่งมีภาระหนักในการดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ต้องการจ้างผู้ทำบัญชีมาแบ่งเบาภาระ ก็ต้องพิจารณาต่อไปว่าจะจ้างพนักงานบัญชีหรือจ้างสำนักงานบัญชี โดยสำนักงานบัญชีมักมีข้อได้เปรียบที่ค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า มีความรู้และประสบการณ์การทำบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีกว่า มีการอัพเดทข้อกำหนดกฎหมายใหม่ๆ สามารถให้คำแนะนำเป็นที่ปรึกษาได้ดี แต่เนื่องจากไม่ใช่บุคคลากรภายใน บริษัทจึงมีความเสี่ยงที่หากสำนักงานบัญชีขาดความระมัดระวังที่เพียงพอ ข้อมูลทางบัญชีของบริษัทอาจรั่วไหลได้

การจ้างพนักงานบัญชีซึ่งปฏิบัติงานเต็มเวลากับบริษัท มีข้อดีที่ลักษณะการทำงานและการจัดเก็บเอกสารต่างๆ จะอยู่ภายในบริษัท สามารถเรียกหาเอกสาร ขอดูข้อมูล หรือเรียกประชุมด่วนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมถึงอาจให้ช่วยงานด้านอื่นๆของกิจการได้อีกด้วย แต่การจ้างพนักงานบัญชี โดยเฉพาะที่มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอในการปฏิบัติงาน มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ทั้งเงินเดือน สวัสดิการ ต้นทุนโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีซึ่งต้องจัดหามาให้พนักงานใช้ และหากพนักงานลาออกก็มีต้นทุนในการหาพนักงานใหม่มาทดแทนอีกด้วย

เนื่องจากการทำบัญชีเอง จ้างสำนักงานบัญชี หรือจ้างพนักงานบัญชี ต่างมีทั้งข้อดีและข้อด้อย ดังนั้นจึงต้องพิจารณาชั่งน้ำหนักและตัดสินใจเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดกับกิจการของตัวเอง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ไร้ปัญหากวนใจเรื่องบัญชีๆ และมีระบบบัญชีที่สนับสนุนการเติบโตของบริษัทในอนาคต

Scroll to Top